Marathon Tip

1. ความแข็งแกร่งของสภาพร่างกาย (AEROBIC BASE)

โนบูยะ ฮาชิซูเมะ โค้ชของมูลนิธิ Lydiard ได้ทำหน้าที่โค้ชให้กับทีมวิ่งบริษัท ฮิตาชิ ในปี 1988 และ 1991 กล่าวไว้ว่า ระยะทางคือการสร้างรากฐานของความมั่นคงขา ถึงแม้ว่าการฝึกขั้นพื้นฐานจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อแต่มันนำไปสู่ความสำเร็จ

มีนักวิ่งเข้าสู่ระบบการวิ่ง 200 ไมล์(320 กิโล)ต่อสัปดาห์ เพื่อที่จะลงรายการวิ่งเพียง 5 กิโล เพื่อให้ได้เวลาและอันดับดีที่สุด, ฮาชิซูเมะยังบอกอีกว่าหนึ่งในอดีตเพื่อนร่วมงานของเขาตำนานนักวิ่งมาราธอน โทชิฮิโกะ เซโกะ ภายใต้การคุมทีมของโค้ช คิโยชิ นากามูระถูกฝึกให้วิ่งในตอนเช้า 60 นาที ตอนกลางวันอีก 90 นาที และอีก 60 นาทีในตอนเย็น เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ในช่วงของการพัฒนาพื้นฐานสภาพร่างกาย ฮาชิซูเมะเรียกการฝึกซ้อมแบบนี้ว่า “ความฉิบหายของหัวเข่า” แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่าคนญี่ปุ่นเข้าใจถึงการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายมาหลายช่วงทศวรรษ

2. ไม่ใช่แค่รักหรือแค่สนุก แต่ต้องพยายามอย่างหนักด้วย

ไม่มีการแบ่งแยกสำหรับนักวิ่งมาราธอน ทั้งสถานที่ภูมิภาค, วัฒนธรรม,​ ความบกพร่องทางพันธุกรรม เพื่อไม่ให้เกิดการหักลบหรือรู้สึกด้อยกว่าในความคิดของนักวิ่งมาราธอนมืออาชีพ

ฮาชิซูเมะกล่าวไว้ว่าโค้ชนากามูระ คือหลักฐานที่ชัดเจน “พรสรรค์ที่ได้มามีขีดจำกัด แต่การฝึกซ้อมไม่มีขีดจำกัด” ฮาชิซูเมะยังแสดงให้เห็นอีกว่านักวิ่งญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นและยึดมั่นในความฝันของพวกเขา ในขณะที่คนหนุ่มสาวชาวตะวันตกยังคงมองหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยหรือความคุ้มค่าของความพยายามนั้น ส่วนคนญี่ปุ่นนั้นบางครั้งค่อนข้างหัวโบราณแต่เต็มไปด้วยความโรแมนติก มุ่งมั่นฝึกซ้อมจนสามารถเอาชนะพรสวรรค์ที่ธรรมชาติให้มา

3. ระเบียบวินัยและความพากเพียร

การวิ่ง 26.2 ไมล์​ (42.2 กิโล) ได้นั้นจะต้องมีวินัยทุกด้านในการดำเนินชีวิตของคุณ คนญี่ปุ่นเรียกสิ่งนี้ว่าความเพียร การทำหน้าที่ของตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกับความทุกข์ทรมานโดยไม่มีการบ่น และพวกเขาก็ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยม การวิ่งมาราธอนเป็นเหมือนเวทีที่จะแสดงถึงความงดงามว่าพวกเขาผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนักหน่วงเพียงใด

ฮาชิซูเมะกล่าวอีกว่า “คุณจะต้องใช้เวลาในการทำมันช้าๆ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นและทำอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะตามมาเอง”

โฆษณา